โครงการเม็ดทรายถมทะเล

Posted by Zenn | Posted in อะไร? | Posted on 16-01-2009

มันเป็นชื่อโครงการของที่โรงเีรียนครับ เป็นโครงการที่ก่อตั้งขึ้นเพราะว่าในการสร้างอาคารเรียนใหม่นั้น
สำหรับเรื่องตัวอาคารได้มาอย่างไม่มีปัญหา แต่งบมันหมดเสียแล้ว เฟอร์นิเจอร์ (อุปกรณ์การเรียน) มัน-
ก็เลยยังไม่มีครับ เค้าเลยใช้โครงการนี้มาเรียกเงินบริจาค สำหรับนักเรียนแล้วจะเดินเก็บทุกอาทิตย์
หรือบางระดับชั้นก็เก็บทุกวัน (แล้วแต่หัวหน้าระดับชั้นว่าอยากจะเอาหน้าขนาดไหนหละมั้งครับ)
ส่วนสำหรับผู้ปกครองจะมาในแบบการทอดผ้าป่าครับ

ที่ผมเอาเรื่องนี้มาเขียนก็ไม่ใช่เพราะอะไรนะครับ แต่เพราะวิธีพูดของหัวหน้าระดับชั้นของผมเสียมากกว่า
ถ้าเกิดว่าเค้าพูดได้ดีกว่านี้ผมก็จะยอม(จำใจ)บริจาคไปนะครับ เพราะว่าวันละ ๑ บาทก็ยังไม่น่าเกลียดเท่าไหร่
แต่ด้วยการพูดของหัวหน้าระดับชั้นของผม ผมได้ฟังแล้วมันตะหงิดๆ ใจอย่างมากครับ ยกตัวอย่างเกี่ยวกับ
หัวข้อที่เค้าพูดจูงใจให้พวกผมทำนะครับ
“ถ้าพวกเธออยู่โรงเรียนนี้ต่อ ก็น่าจะบริจาค”
มันจำเป็นด้วยหรอครับ ถ้าผมไม่อยู่ก็ไม่ต้องทำงั้นสินะ
“แต่ถึงเธอจะไม่ได้อยู่โรงเรียนนี้ต่อ แ่ต่ก็ไว้ให้รุ่นน้องใช้ หรือคนที่อยู่ต่อ ให้เพื่อนเธออะไรพวกนี้”
แล้วก็แก้ตัวด้วยคำพูดนี้ ซึ่งดูไร้เหตุผลมากๆ สำหรับการพูดจูงใจคน
“ไหนยกมือซิ ว่าใครจะทำ แล้วคนที่ไม่ยกหมายความว่าจะไม่ทำใช่ไหม”
เริ่มจะหาแนวร่วม (จริงๆ แล้วเป็นการบังคับมากกว่าครับ)
“คนที่ไม่ยกนี่คือไม่บริจาคใช่ไหม งั้นโควตาก็ไม่ต้องเอาละกัน ครูจะไม่ให้ผ่านให้หมดเลยพวกนี้”
พอถึงคำพูดนี้ มันทำให้ผมเซ็งแบบมีปัญหามากๆ - -* แต่ก็คงทำได้แค่เงียบไว้อย่างเดียว

ความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการนี้นะครับ (เอาแบบฮาๆ ละกันไม่อยากเครียด)
“ถ้าถมทรายไปทีละเม็ดเมื่อไหร่ทะเลจะเต็มไปด้วยทรายครับ ปล่อยทรายไปหนึ่งเม็ดก็ลอยไปกับน้ำแล้ว”
ข้อดีของโครงงานนี้นะครับ
“ถ้าเปรียบเหมือนครูเป็นเรือจ้างที่บางคนที่คิดค่าจ้างแพง… ถ้าถมทะเลจนหมด ก็ไม่น่าจะมีน้ำเหลือให้มีเรือ”

ทำไงได้… หงุดหงิด

Posted by Zenn | Posted in อะไร? | Posted on 14-01-2009

วันนี้เป็นวันพุธ… เรียนก็ธรรมดาๆ นั่นแหละไม่ได้มีอะไรมากเป็นพิเศษเสียเท่าไหร่ มีแค่เรื่อง
ให้เราหงุดหงิดนิดหน่อยก็เท่านั้นเอง แต่สุดท้ายก็ไม่อยากจะไปใส่ใจมาก เริ่มรำคาญเหมือนกัน
ที่เอามาเล่าไม่ใช่เพราะว่าผม - -* อยากโชว์หรือว่าอะไร แต่แค่อยากระบายแค่นั้นเอง

วันนี้ผมกลับบ้านประมาณ ๔ โมงเย็นครับ ให้ตายสิไม่นึกว่ารถ ๒ แถวคนมันจะเยอะอย่างนี้นะ
ปกติไม่เคยมีคนยืนกันเต็มขนาดนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร ยืนอยู่ข้างนอกก็ได้ครับ ไม่ได้ติดขัดอะไร
พอนั่งไปได้ซักพัก มันก็มีคนลง ๑ คนแล้วมีที่ว่างอยู่ที่นึง เด็กที่มันนั่งอยู่แถวนอกสุดแม่งสุดๆ ครับ
กระเป๋าแม่งก็ตุงยังกะอะไรดีเสือกวางไว้ข้างๆ ตัวแทนที่จะวางไว้ที่ตักแล้วนั่งอ่านการ์ตูนสบายใจ
ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรครับ รอเพื่อนมันเตือนไปก่อน (จริงๆ มันจะมีช่องนั่งอยู่นิดหน่อยครับ แต่ก็ไ่ม่มีใครนั่ง)
ทีนี้ คนก็ลงครับ แต่คนละแถวกับไอ้เด็กนั่น คนที่ยืนข้างในเลยนั่งไป แต่นั่งได้สุดตรีนมากๆ ครับ
นั่งแล้วยื่นหน้าออกมาเนี่ยนะ!! ผมหละอยากจะถามจริงๆ มึงยังมีความเกรงใจกันบ้างไหมเนี่ย
ผมยืนเกาะอยู่ข้างนอกจะตกอยู่แล้ว มือก็ถือของข้างนึง แล้วไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างในมันก็ไม่กล้าเดินเข้าไปสิครับ
ก็อีบ้านั่นที่นั่งลงไปดันยื่นหน้าออกมา สังคมไทยแม่งเป็นงี้ทุึกทีเลยไงว๊ะ - -* เลยเริ่มทนไม่ไหวละครับ
ตอนแรกก็กระทืบหลังรถให้มันมีเสียงซะทีนึงก่อน ดูดิแม่งจะรู้ตัวกันหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีใครรู้ตัวครับ
แค่หันมามองว่าเสียงอะไร ทีแรกก็กะจะบอกดีๆ นั่นแหละ แต่คงไม่ฟังกันหรอก พอรถจอดอีกรอบ
ผมกระโดดเลยครับ แล้วกระแทกให้มันดังๆ แล้วด่าแม่งทั้งรถ!! แม่งงงกันหมดเลย สงสัยจะไม่รู้ตัวเหอะๆ

ปล. เหตุการณ์นี้ผมอาจจะผิดก็ได้ แต่ผมโคตรเซ็งเลยครับไอ้คำว่าสังคมแห่งความเกรงใจเนี่ย อย่างนี้
เค้าเรียกเสแสร้งแล้วไอ้บ้าเอ้ย!!

ตัวขี้เกียจรวมโลก ตอนที่ ?? (ต่อ)

Posted by Zenn | Posted in อะไร? | Posted on 12-01-2009

เช้าวันต่อมา…
“เมื่อคืนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ” เซนคิดพึมพำคนเดียว
“เท่าที่จำได้ เราน่าจะตายไปแล้วไม่ใช่หรือไง แล้วนี่เรารอดมาได้ยังไงกันนะ แผลก็หายแล้วด้วย จำไม่ได้เลย”
“เซน… ตื่นได้แล้วลูก เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนไม่ทันหรอก” แม่ของเด็กชายตะโกนเรียกให้รีบไปเตรียมตัว
“อือ เดี๋ยวลงไป” เซนตอบไปแบบห้วนๆ
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ…”

ที่โรงเรียน
วันนี้ทั้งวันเซนครุ่นคิดแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจนไม่เป็นอันเรียน แล้วมันก็ถึงเวลาพักเที่ยงอีกครั้ง
เซนนั่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้ต้นเดิม
“เฮ้อ… นึกยังไงก็นึกไม่ออกแฮะ แล้วมั้งหายไปไหนก็ไม่รู้สิเนี่ย เป็นห่วงจัง”
“ไหนจะไอ้เกมอีกหละ บาดเจ็บขนาดนั้นจะรอดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย”

…..
……..
“นั่งคิดอะไรอยู่คนเดียวหรอครับ คุณเซน”
“เฮ้ย…. ใครวะเนี่ย” เซนกวาดสายตามองรอบตัวเพื่อหาต้นเสียงนั่น
“บนนี้ครับ บนนี้” เจ้าของเสียงนั่นเรียกให้เซนหันมองไปบนต้นไม้
ชายผมสีเงินในชุดเสื้อคลุมสีขาวกับรองเท้าแตะธรรมดากับลังนั่งอยู่บนต้นไม้ที่เซนอาศัยร่มเงา
“นายเป็นใคร!!”
“คงจำไม่ได้จริงๆ สินะครับ เรื่องที่คิดอยู่คงเป็นเรื่องนี้สินะ ผมก็คนที่ช่วยคุณไว้เมื่อคืนไงครับ”
“นายนะหรอ… ฉันจะเชื่อใจนายได้ยังไงชื่อก็ยังไม่รู้เลย”
“งั้นหรอครับ… ผมจะบอกชื่อของผมให้ก็ได้ ผมชื่อปูนครับ”
“แล้วเกมหละ นายทำอะไรเค้า บอกมานะ”
“อ๋อ เจ้าเด็กพลังไฟนั่นนะหรอครับ วันนี้คงนอนอยู่ที่บ้านมั้งครับ โดนไปหนักขนาดนั้นหนะ คงไม่หายเร็วอย่างคุณหรอก”
“แต่ต่อให้โดนเท่าคุณ ก็คงไม่หายเร็วเท่าคุณหรอกมั้งครับ”
“พูดถึงมั้ง… แล้วภูติของฉันกับเกมหละ ไปไหนซะแล้ว??”
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมกับเพื่อนของผมจะดูแลให้เป็นอย่างดี”
“แต่จะว่าไป… แล้วเจ้านั่นหละ นายฆ่ามันไปแล้วหรอ”
“ไม่หรอกครับ ผมพาพวกคุณหนีออกมาก่อน เพื่อความปลอดภัยของพวกคุณเองในตอนนั้นหนะนะ”
“ถ้าเจอกันคราวหน้า ฉันจะต้องฆ่ามันให้ได้ ในฐานะที่มันทำให้เพื่อนฉันต้องเจ็บ!!”
“อย่างนั้นหรือครับ… ดูท่าทางมั่นใจจังเลยนะครับ”
“ต้องใช่หนะสิ!!”
“ผิดแล้วหละครับ คุณในตอนนี้หนะ เอาชนะเจ้านั่นไม่ได้หรอกครับ พลังมันต่างกันเกินไป”
“แค่ระดับหนึ่งอย่างคุณคงทำอะไรเจ้านั่นไม่ได้แม้แต่รอยข่วน แต่ผมก็ต้องขอชื่นชมนะครับ ที่ประดาบได้ขณะนั้น”
“นี่นายกำลังดูถูกฉันหรือไง ฮ๊ะ”
“ไม่หรอกครับ ผมก็แค่พูดความจริง ถ้าคุณมั่นใจว่าชนะเจ้านั่นได้ คุณก็คงต้องเอาชนะผมให้ได้ซะก่อนหละครับ”
“งั้น… มาสู้กันเลยไม๊”
“ไม่หรอกครับ… ตอนนี้ผมคงยังไม่มีเวลาพอที่จะทำอย่างนั้นหรอก แต่ถึงสู้ไปคุณก็แพ้อยู่ดี”
“นี่นาย… ดูถูกฉันอีกแล้วนะ!!”
“ผมบอกแล้วไงครับ ว่าผมแค่พูดความจริงหนะ”
ติ๊ง หน่อง…. เสียงออดหมดเวลาพักกลางวันดังขึ้นแล้ว
“รีบไปเข้าเรียนซะเถอะครับ… เดี๋ยวจะไปไม่ทันเอา”
“งั้นฉันฝากไว้ก่อนเถอะ… ฉันจะต้องชนะนายให้ได้”
“ผมจะรอวันนั้นครับ…”

ปูนชายผมสีเงินกำลังนั่งตากลมบนต้นไม้อย่างสบายใจ…
“หัวหน้าคะ… เกิดเรื่องแล้วค่ะ” หญิงสาวผมสั้นจู่ๆ ก็โผล่มาข้างๆ บุรุษชุดขาว
“มีเรื่องอะไรงั้นหรอครับ”
“คือว่า… ตอนนี้ภูติที่ท่านนำมารักษาหายตัวไปแล้วค่ะ”
“งั้นหรอครับ… ไม่เป็นไรหรอกครับ”
“แต่…”
“ผมบอกว่าไม่เป็นไรไงครับ… อย่าไปใส่ใจเลยครับ คุณไม่ผิดหรอก”
“ค่ะ”

ในเย็นของวันเดียวกัน
เซนเดินกลับบ้านตามเวลาปกติ และในที่สุดก็เดินมาถึงบ้านจนได้ เซนแหงนมองไปที่หน้าต่างห้องของตัวเอง
“เอ๋… เมื่อเช้าก็ปิดไว้นี่นา” เซนคิดในใจ
เด็กชายเดินเข้าบ้านไปอย่างปกติของทุกวัน วางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะทำงานและรีบเดินขึ้นบันไดไปห้องของตัวเอง
เซนค่อยๆ เปิดประตูห้อง…
“เอะใจมาตั้งแต่ตะกี้แล้ว เราก็ปิดหน้าต่างไว้ แต่ทำไมมันถึงได้เปิด ใส่กลอนไว้แล้วด้วย”
ปัง!! เซนผลักประตูอย่างแรงจนกระแทกกับกำแพงเสียงดังลั่นบ้าน
“ใครหนะ… ออกมานะ!! ออกมาเดี๋ยวนี้”
“ฉันบอกให้ออกมายังไงหละ…”
เด็กชายกวาดสายตาไปรอบห้องของตัวเองแต่ก็ไม่พบใคร
“อ้าว… ไม่มีใครนี่หว่า หรือเราจะคิดมากไปเองนะ”
เซนค่อยๆ เดินไปปิดหน้าต่างที่เปิดอยู่ เด็กชายเอื้อมมือออกไปจับบานหน้าต่างที่อยู่ด้านนอก
และทันทีที่หน้าต่างปิดลง… เศษกระดาษใบนึงก็ปลิวตกลงในพื้นห้อง
“ขยะอะไรเนี่ย” เซนเดินตรงไปที่เศษกระดาษนั่นแล้วหยิบขึ้นมาดู ข้อความในจดหมายนั่นเขียนว่า
“ตอนนี้ภูติของแกกับเพื่อนของแกอยู่ในกำมือของฉันแล้ว ถ้าอยากได้ตัวคืนก็ต้องมาเอาที่ฉัน และ
แกต้องมากับเพื่อนแกแค่สองคน ถ้าคิดตุกติกหละก็ภูติของพวกแกตายแน่!!
ปล.ฉันให้เวลาแกแค่ ๕ วันในการตามหาตัวฉันให้เจอ”
ทันทีที่อ่านข้อความจบ… แววตาของเด็กชายก็เปลี่ยนไป ตอนนี้ในดวงตานั้นมีแต่ความเคียดแค้น
“ฉันจะต้องไปฆ่าแกให้ได้…” เซนคิดในใจ
แต่ในทันทีที่เซนจะเดินออกไปจากห้องของเขา
“คิดจะทำอะไรหรอครับ…”
บุรุษชุดขาวปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งในห้องของเซนอย่างที่เซนไม่รู้ตัว
“นี่นาย… เข้ามาในห้องคนอื่นหนะหัดเคาะประตูซะบ้างซิ”
“พอดีประตูมันเปิดอยู่แล้วหนะครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเคาะทำไม”
“อ้าว… อย่างนั้นหรอ”
“เข้าเืรื่องกันดีกว่าครับ ผมรู้นะครับว่าคุณคิดจะทำอะไร คิดจะไปช่วยภูติของคุณใช่ไหม”
“นายก็รู้อยู่แล้วนี่จะถามทำไม รีบถอยไปซะ ฉันจะไปช่วยเพื่อนของฉัน”
“ผมว่าอย่าวู่วามไปดีกว่าครับ ผมก็เคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรอครับ คุณในตอนนี้หนะ เอาชนะเจ้านั่นไม่ได้หรอก”
“จะชนะหรือไม่ชนะก็ช่าง ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง ฉันจะไปช่วยเพื่อนฉัน รีบถอยไปซะไม่งั้นฉันคงต้องจัดการนาย”
“ไม่ไหวเลยนะครับ พูดไม่ฟังบ้างเลย ผมบอกแล้วไงคุณหนะสู้เค้าไม่ได้หรอก”
“ขืนคุณไปตอนนี้นอกจากจะช่วยอะไรใครไม่ได้แล้ว คุณอาจจะทำให้เพื่อนของคุณตายไปด้วยเสียเปล่าๆ นะครับ”
“แต่…”
“ไม่มีแต่หรอกครับ… ผมว่าเรามาหาทางแก้ปัญหากันดีกว่า เรายังมีเวลาอีกตั้ง ๕ วันนะครับ”
“๕ วันเนี่ยนะ จะไปทำอะไรได้ ฝึกยังไม่ทันเลยด้วยซ้ำไป”
“ถูกแล้วครับ ผมจะเป็นคนฝึกให้คุณเอง เพียงเวลาแค่ ๕ วันหนะยังไงก็ทันครับ”
“ฉันจะเชื่อนายได้ยังไง ฉันไม่ยอมปล่อยให้เพื่อนฉันตกอยู่ในอันตรายอย่างนี้หรอกนะครับ”
“ถ้าคุณจะไม่ฝึกก็ไม่เป็นไรหรอกนะครับ แต่… ถ้าเพื่อนของคุณเป็นอะไรไปผมไม่รู้ด้วยหละ”
“ถอยไป!! …”
“ไม่ครับ”
“ฉันบอกให้ถอยไปไง… ไม่ยอมถอยใช่ไหม”
เซนเรียกดาบของตัวเองออกมา… และฟาดมันลงไปที่ชายชุดขาวนั่น
“ผมบอกแล้วไงครับ คุณหนะสู้เจ้านั่นไม่ได้หรอก”
ปูนชายชุดขาวรับดาบของเซนได้โดยใช้เพียงแค่มือรับไว้เท่านั้น และสะกดพลังของเซนไว้ได้ทั้งหมด
“อะไรกัน ทำไมร่างกายฉันขยับไม่ได้ แกทำอะไรกับฉัน ปล่อยฉันนะ”
“ถ้าคุณสัญญาว่าจะยอมฝึกกับผม ผมจะยอมปล่อยคุณก็ได้ แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงอยู่หละก็ ผมคงต้องฆ่าคุณแล้วหละครับ”
“เพื่อไม่ให้เพื่อนของคุณต้องมาเสี่ยงอันตรายเพราะคุณ!!”
ตอนนี้ระดับพลังที่ดาบของเซนเริ่มลดลงไปแล้ว ดาบนั่นค่อยๆ คืนเข้าสู่ตราสัญลักษณ์ แววตาของเซนกลับมาเหมือนปกติ
“เข้าใจแล้วสินะครับ”
“ก็ได้… ฉันจะยอมฝึกกับนายก็ได้ แต่นายต้องสัญญากับฉันก่อนว่าถ้าฉันฝึก ฉันจะช่วยมั้งได้”
“ได้ครับ ผมสัญญา งั้นเริ่มตั้งแต่วันนี้พรุ่งนี้เลยนะครับ”
“อื้อ ฉันจะตั้งใจฝึกอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเพื่อนของฉัน”

วันเฉิ่มๆ ของนายเฉิ่ม

Posted by Zenn | Posted in อะไร? | Posted on 11-01-2009

วันนี้ผมถูกเพื่อนนัดไปซ้อมเต้นแอโรบิกที่สวนศรีเมือง, ระยอง (เอาซะละเอียด)
นัด ๙.๐๐ น. ครับ ผมไปถึง ๘.๓๐ น. (กะเวลาไม่ถูก บ้านอยู่ไกล) รอถึง ๙.๐๐ น. ไหงไม่มีใครมา
เลยโทรตาม… แล้วรอต่อ กว่าจะมาครบก็ปาไปเกือบ ๑๐.๓๐ น. เสียแล้วสิ
แทรกเรื่องน่าตื่นเต้น: คนที่มาต่อจากผมแล้วอยู่ด้วยกัน ๒ คนไม่ถึง ๑๐ นาทีที่แสนมีความสุข
ผู้อ่านคงจะรู้ว่าน่าจะเป็นใครเอิ้กๆ สำคัญมากๆ

แล้ว… เราก็ไปหาที่ซ้อมเต้นกันต่อครับ เปิดโน้ตบุ๊คเพื่อนหญิงขึ้นมาเล้ย!! (ผมไม่ได้เอาของผมไป)
ปล่อยพวกผู้หญิงเตรียมเพลงไป ผมก็ไปอยู่กับกลุ่มผู้ชาย (ประมาณ ๔-๕ คน) ซักพักหนึ่ง
เล็งเห็นว่า (ใช้คำซะ) มันนานผิดปกติเลยเดินเข้าไปถาม ได้รับข่าวร้ายว่า “เพลงไม่มีให้เต้น”
เหตุผลเพราะว่าลืม ฮ่าๆ เป็นปกติของคนครับ ข่าวดีคือ “วันนี้คงไม่ได้ซ้อม”

ทีแรกผมก็ว่าจะกลับบ้านนั่นแหละครับ เห็นเพื่อนชายมันชวนไปทำอะไรซักอย่าง (แทงสนุ๊กหรือเปล่า)
แต่ผมขี้เกียจไป (เพราะแทงไม่เป็น) เลยคิดจะกลับบ้าน พอดีเพื่อนผู้หญิงชวนไปกินข้าวก็เลยไปซะหน่อย

นั่งรถ๒แถวกันไปครับ ไปถึงคิวรถที่จะแยกว่าจะไปกินกันที่ไหนดี มันมี ๒ ที่ครับที่เถียงกันคือ โลตัส กับ แหลมทอง
และสุดท้ายเถียงกันอยู่นาน บทสรุปสั้นๆ คือไปกินฮาจิบังที่แหลมทอง แล้วก็เดินทางต่อไป

- -” ไปกินฮาจิบังแพงหูฉีกมากครับ ราเม็งต้มยำชามละ ๖๕ บาท (มันก็ก๋วยเตี๋ยวต้มยำใส่เส้นเหนียวๆ หละว้า)
กินกันเสร็จก็ตกลงกันว่าจะแยกกันครับ ๒ คนไปดูหนัง ส่วนผมและอีก ๓ คนว่าจะไปวัดเสียหน่อย (ไหว้ศพแม่เพื่อนหนะ)
แล้วก็เริ่มการเดินทางครับ พอนั่งรถมาสุดคิวรถปุ๊บ ก็ตัดสินใจเดินไปกัน (ไกลพอสมควรเกือบๆ ๘๐๐ เมตร) เพราะวันนี้
เสียค่า(โง่)รถไปเยอะพอสมควรแล้ว

ทีนี้ระหว่างทางเดินนี่สิ ตอนแรกเพื่อนหญิงคนนึง(i)เดินๆ อยู่ก็ล้มลงไปนั่งแบบงงๆ - -” แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไร
คราวนี้เดินไปถึงหน้าตลาด(ที่ไม่รู้ว่าวายหรือยัง)มันเป็นทางลาดครับ แล้วมีฝาท่อเหล็กอยู่(ลื่นมากๆ)ผมก็เดินคิดอะไรอยู่คนเดียว
เดินๆ อยู่ผ่านท่อนั่น ลื่นล้มดังปังเลยครับ - -” ความรู้สึกตอนนั้นมันสุดๆ ไม่ใช่อายหรอกนะครับ โคตรเจ็บ เพราะว่าท่อเหล็ก
มันโดดแดดตอนเช้ายันเที่ยงมาตลอดวัน มันจะร้อนขนาดไหน ผมล้มลงไปแขนเท้าไว้ พองเลยครับ จะเอามือเท้าแล้วลุก
มือเลยพลอยพองไปด้วยเลย ลุกขึ้นมาได้เลยรีบเดินหนีเลยครับ (คนเยอะนี่นา)

แล้วเราก็เดินกันต่อไปโทรถามเืพื่อนที่แม่เสียว่าอยู่วัดไหมจะไปหา แต่ไม่อยู่ก็เลยไม่ไปกัน เดินไปร้านหนังสือที่อยู่ใกล้ๆ แทน
ผมก็ไม่ได้ซื้ออะไรหรอกนะครับ เพราะว่าพวกผู้หญิงเค้าดูนิยายกับการ์ตูนกัน รอไปซักพักเพื่อนอีกคนก็มาครับ (ผู้หญิง)
พอซื้อหนังสือกันเสร็จมีเพื่อนคนนึงชวนไปไหว้ศาลหลักเมือง ผมซึ่งอยู่เมืองระยองนี้มา ๑๕ ปี พึ่งรู้ว่ามันมีตอนอายุ ๑๓ ปี
และตอนนี้คือครั้งแรกที่ผมจะได้ไปไหว้ศาลหลักเมืองครับ

และแล้วก็ถึงที่ศาลหลักเืมือง… ผมงงๆ เล็กน้อยเพราะว่าไม่เคยมา เดินเข้าไปในศาลก่อนเลยครับ
เปิดฉากด้วยการเหยียบธรณีประตู - -” รู้นะครับว่าผิด แต่ผมไม่ชินเลยเหยียบซะ
แล้วก็หยิบธูปมาเก้าดอก เดินไปจุดธูปกัน เพื่อนหญิง(i)คนนึงเค้าจุดธูปแล้วสะบัดดับไม่ได้ ผมเลยเป่าให้
เค้าเลยบอกว่าไม่ให้เป่า - -” มันเป็นธรรมเนียมหรอครับว่าห้ามเป่าธูปให้ดับ (เกิดมาพึ่งรู้นะครับเนี่ย)
ผมเลยจุดของผมบ้างครับ ตอนแรกก็ไม่มีอะไรครับ หันไปหาเพื่อนคนเดิมทักว่ายังไม่ได้แกะยาง - -”
จัดการแกะแล้วจุดใหม่ คราวนี้มันลุกท่วมเลยครับ ผมก็ไม่รู้จะดับยังไง สะบัดก็แล้ว เลยเป่าแรงๆ แต่ก็ยังไม่ดับ
(จริงๆ การเป่ากลับทำให้มันแรงขึ้นอีกเนอะ) พอมันดับมันธูปจะหมดดอกอยู่แล้วครับ ก่อนเดินออกจาก
ศาลไปไหว้เสาหลักเมืองข้างนอก (ต้องไหว้ก่อน) ผมก็เหยียบธรณีประตูอีกครั้ง มีคนที่คุมเค้าวิ่งตามมาครับ
เค้าบอกให้ผมสะบัดธูปแรงๆ ปลายมันจะได้หลุด แต่ผมทำไม่เป็นเดือดร้อนเค้ามาทำให้อีก - -”
ไหว้เสาหลักเสร็จก็เข้าข้างในต่อครับ ผมก็ยังเผลอเหยียบธรณีประตูเหมือนเดิมนั่นแหละครับ
แล้วก็ไหว้จนเสร็จ เสี่ยงเซียมซีกัน ผมได้เลขเหมือนเพื่อนผู้หญิง(i)คนนึง ไม่ดีเท่าไหร่หรอกครับ ทิ้งท้ายด้วย
ความหมายที่ว่า “อย่ารีบตาย” เสี่ยงเสร็จก็จะเดินออกมาครับ คราวนี้ผมไ่มเหยียบธรณีประตูแล้ว ฮ่าๆ

แล้วเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน…

ปล. อ่านแล้วอาจจะงงๆ แต่มันก็เฉิ่มจริงๆ นั่นแหละครับวันนี้

มุกขำๆ

Posted by Zenn | Posted in อะไร? | Posted on 09-01-2009

ได้มาจากผู้หญิงในห้องคนนึง ;)

เริ่มเลยนะ!! (ขอหญิงเป็นคนเล่นนะครับ)
หญิง: รู้ป่าวเราเป็นพี่น้องกันอะ เราเป็นพี่แกดิ๊
ชาย: หรอ… ไม่เห็นรู้เรื่อง - -” (มันอาจจะตอบประมาณนี้)
หญิง: อืมมม…
หญิง: แกคิดว่าจะมีใครซักคนรักแกบ้างมะ?
ชาย: ไม่รู้ดิ (คงจะอย่างนี้)
หญิง: ถึงไม่มีใครรัก แต่พี่ก็รักน้องนะ :P

ปล. ดัดแปลงจากของจริงมากหน่อยนะครับ…

ตัวขี้เกียจรวมโลก ตอนที่??

Posted by Zenn | Posted in อะไร? | Posted on 27-12-2008

“แล้วทีนี้จะเอายังไงฮะ!!”
“ฉันจะไปรู้หรอ …”
พูดยังไม่ทันจบ … ชายลึกลับนั่นก็ฟาดพลังเข้ามาแล้ว
“พวกแก… เอาไอ้นี่ไปกินซะ!!”
เพียงพริบตา พลังของเจ้านั่นก็พุ่งเข้ามาใกล้เต็มทีแล้ว เซนตัดสินใจกระโดดหลบไปทางด้านข้าง
แต่กลับหลบไม่พ้นทั้งหมด … พลังของหมอนั่นเฉี่ยวเข้าที่แขนของเซน!!

“โอ๊ย อะไรกัน นึกว่าจะหลบพ้นซะอีก”
“- -* แผลแค่นี้ยังร้อง นายจะชนะเค้าได้ไหมเนี่ย”
“จะเอาคืนบ้างละนะ”

เซนยกด้ามดาบในมือขึ้นมา … แล้วยัดพลังใส่มัน!!
“เข้ามา …” ชายร่างผอมบางนั่นพูด
“ไม่ต้องชวนหรอกน่า …”
เซนวิ่งเข้าไปหาเจ้านั่นด้วยความเร็วเท่าที่ตัวเองจะมี เขาคงคิดจะล้มมันด้วยการฟันแค่ครั้งเดียว
“ใครจะไปยอมให้นายอัดฉันฝ่ายเดียว” เจ้านั่นพูดขึ้นพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาเซนเช่นกัน
หมอนั่นชาร์จพลังเข้าไปที่อาวุธของมันอีกแล้ว

ทั้งคู่วิ่งจนเกือบจะชนกัน ตอนนี้อาวุธของทั้งสองกำลังปะทะกันอยู่
“นายก็รู้ว่าพลังของฉันกับนายมันต่างกัน ยังจะวิ่งเข้ามาอีกหรือไง”
“จะต่างหรือไม่ต่างฉันไม่สนหรอก!! ถ้าไม่ลองดูจะรู้ได้ยังไงละ”
เซนพูดจบ ก็เพิ่มพลังให้กับดาบของตัวเองมากขึ้นอีก มากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ
เจ้าหมอนั่นกำลังเริ่มถดถอยลงไปแล้ว มันกำลังจะล้มลง …

“ย้ากกก …” ชายลึกลับในขณะที่จะล้มลงไปแล้ว … เจ้าหมอนั่นกับเร่งพลังขึ้นมา
เร่งขึ้นมามากเสียจนไม่น่าเชื่อ ตอนนี้คนที่เสียเปรียบกลับกลายเป็นเซนไปเสียแล้ว

ตูมมมมมมม
….
…………….
ร่างของเซนนอนกองอยู่กับพื้น ชายร่างผอมบางกำลังยืนค้ำหัวเด็กชายอยู่
การดวลพลังเมื่อสักครู่ เซนเป็นฝ่ายแพ้ แต่ยังโชคดีที่ไม่โดนพลังนั่นเข้าไปเต็มๆ
“ฉันบอกแล้ว … พลังของนายกับฉันมันต่างกันเกินไป นายมันก็เก่งแต่ปากเท่านั้นแหละ”
ในตอนนี้แม้แต่แรงจะอ้าปากพูด เซนยังทำไม่ได้
“ฉันคนนี้จะช่วยส่งนายไปยมโลกเอง!!” ชายลึกลับนั่นพูดต่อ
เจ้าหมอนั่นกำลังหันฝ่ามือมาที่ร่างของเด็กชาย … มันกำลังจะอัดพลังเข้าใส่!! อย่างเต็มแรง

“ขอแสงสว่างจงเบิกทาง … คาถาแห่งแสงบทที่ ๑๑ ระเบิดแสง!!” สิ้นเสียงท่องคาถา แรงระเบิดรุนแรง
ก็กระแทกเข้ากับร่างของชายลึกลับนั่นเข้าเต็มแรง

“ใครแม่งเสือกอีกแล้ววะ …”
“ฉันเอง …” มั้ง ภูติของเซนเป็นคนร่ายคาถาเมื่อสักครู่ เธอตัดสินใจยื่นมือเข้ามาเพื่อรักษาชีวิตของเซนเอาไว้
“ทำไมกันวะ!! นี่กูจะฆ่าคนแม่งต้องมีใครมาเสือกตลอด เซ็งชิบเป๋ง”
ชายลึกลับยืนเก่าหัวบ่นพึมพำกับตัวเอง
“ความมืดจงสลายไป แสงสว่างจงนำทาง … คาถาแห่งแสงบทที่ ๕ การเริ่มต้น” จบคาถา ก็มีแสงสว่างจ้าปรากฎขึ้น
ภายในบริเวณสนามบอล ใครโดนแสงนี้เข้าไปคงตาพร่ามัวไปนาน …
“ฉันไม่ยอมโดนโจมตีอีกครั้งหรอกน่า …” แค่พริบตาหมอนั่นก็มายืนอยู่ตรงหน้ามั้งแล้ว …
มันยืนมือบีบร่างของมั้งไว้ ตอนนี้มั้งเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือของมัน
“ข้อหาที่เธอเอามือเข้ามาสอดการต่อสู้ของฉัน ฉันจะฆ่าเธอก่อนใครเลยละกัน” พูดจบมันก็คลายมือแล้วปล่อยตัวมั้ง
แล้วกระโดดถอยหลังออกไป มันชูมือขึ้นเพื่อจะปล่อยพลังอีกแล้ว!!

มั้งยังคงทรมานกับความเจ็บปวดจากแรงบีบเมื่อสักครู่อยู่
“ระดับ ๔ คลื่นยักษ์!!” เจ้าหมอนั่นร่ายคาถาของมันจบแล้ว …
สิ้นถาถา คลื่นน้ำยักษ์ก็ถาโถมไปที่ร่างของมั้งที่กำลังทุรนทุรายกับความเจ็บปวด

ตูม…
……..
……………
ร่างของภูติน้อยตัวเล็กนอนแน่นิ่งไปแล้ว เสียงลมหายใจอันแผ่วเบานั่นก็แผ่วลงไปทุกทีๆ
“มั้งงงงงงงง” เซนที่บาดเจ็บอยู่ ร้องออกมาเสียงหลงที่เห็นเพื่อนของตัวเองโดนจัดการอย่างป่าเถื่อน

แต่แล้ว… ดวงตาของเซนก็ต้องเบิกโพลงขึ้นมาอีกครั้งด้วยความตกใจสุดขีด เพียงช่วงเวลาไม่นานเจ้านั่นก็มายืนอยู่
ตรงหน้าเซนอีกครั้งหนึ่งแล้ว มันค่อยๆ ยกหอกเขี้ยวฉลามของมันขึ้นและตั้งใจที่จะปักมันลงที่กลางร่างของเซนด้วยแรงที่มี
“ตายซะเถอะ!!” …
มันพุ่งหอกของมันลงมาแล้ว …

…..
…….. “นี่เราจะต้องตายแล้วหรือไง…”
“ยังสู้ได้ไม่เต็มที่แท้ๆ ให้ตายสิ เรานี่มันอ่อนแอเป็นบ้า”
“เจ็บเป็นบ้าเลย ขยับไม่ได้แล้ว คงไม่ทันแล้วสินะ”

………
………….

เคร้ง!! … เสียงหอกนั่นชนเข้ากับดาบของใครบางคน แต่คงเป็นดาบที่แข็งแกร่งมาก ถึงขนาดสามารถต้านทานพลัง
ของเจ้านี่ได้ ผู้ที่ถือดาบเล่มนี้คงไม่ใช่ธรรมดาแน่ๆ

“แม่เว้ย!!  กูจะได้ฆ่าแม่งไหมเนี่ย ขวางกันอยู่ได้” ชายลึกลับนั่นตะโกนโวยวายใส่เจ้าของดาบนั่น
“ไม่ไหวเลยนะครับ รังแกคนที่อ่อนแอกว่าเนี่ย คุณคงสูญเสียจิตใจไปแล้วจริงๆ ด้วยสินะ” เจ้าของดาบนั่นพูด
ชายลึกลับนั่นเงยหน้ามองตามเสียง… แววตาของมันตอนนี้เหมือนคนที่ตกใจสุดขีด
“นี่แก… มาที่นี่ได้ยังไง แกน่าจะตายไปแล้วไม่ใช่หรือไง!!”
“ผมหนะ… ไม่ตายง่ายๆ หรอกครับ ถ้าคนอย่างคุณยังอยู่บนโลกใบนี้หนะ”
“ก็แกหนะ…”
ฟรึบ… เสียงดาบนั่นลากเฉี่ยวใบหน้าของหมอนั่นไป
“มัวแต่ตกใจอะไรอยู่ครับ คุณไม่ได้อ่อนแออย่างนี้ไม่ใช่หรอ ทำไมถึงได้โดนคมเขี้ยวของคลื่นวารีของผมง่ายๆ หละครับ”
ชายลึกลับนั่นกระโดดถอยหลังออกไปเพื่อตั้งหลัก
“ฮึ่ย แกนะแก… ฉันจะฆ่าแก!! ชอบมาขวางฉันอยู่เรื่อย” หมอนั่นเริ่มใส่พลังเข้าไปที่อาวุธอีกครั้งหนึ่ง
“ยังใจร้อนเหมือนเดิมเลยนะครับ ทั้งๆ ที่ก็เป็นธาตุน้ำแท้ๆ แต่วันนี้หนะผมไม่ว่างจะมาสู้ักับคุณหรอกนะครับ ลาก่อนครับ”
สิ้นเสียงนั่น … เจ้าของดาบคลื่นวารีก็หายไปแล้วพร้อมๆ กับร่างของผู้ที่ถูกชายลึกลับนั่นทำร้ายทั้งหมด
“ฝากไว้ก่อนเถอะ… ซักวันฉันจะต้องเอาคืนให้ได้คอยดู” ชายลึกลับนั่นลดพลังที่อาวุธลงแล้วค่อยๆ เก็บมันเข้าไปในตราสัญลักษณ์

เหตุผลที่ไม่อัพบล็อค

Posted by Zenn | Posted in อะไร? | Posted on 24-12-2008

มันเป็นเพียงเหตุผลง่ายๆ สั้นๆ ที่ใครๆ ก็เคยได้ยินกันครับ
“ขี้เกียจ”

แต่มันต้องมีเหตุผลต่อจากนั้นอีก … ทำไมถึงขี้เีกียจ?
ตอบตรงๆ คือมันเป็นสันดารพื้นฐานทางนิสัยครับ ทำไงได้ เป็นมาตั้งแต่อยู่ ม.๒ แล้วแก้ยากแฮะ
ตอนนี้ก็พยายามปรับๆ อยู่นั่นแหละครับ


…..
…….
เอาดีๆ ซะที จริงๆ แล้วช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร (จริงๆ ขี้เกียจพิมพ์)
อย่างเช่น ไหนจะต้องไปเที่ยวปีใหม่ ไปเที่ยวกับสาวๆ ไปซ้อมเต้น(สอบ) อ่านหนังสือ ซ้อมทำโจทย์คณิต
เยอะแยะมากมายธุระในชีวิต จนไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนมาปั่นบล็อค ซึ่ง!! มันส่งผลให้การเขียนนิยาย
หยุดชะงักลงไปด้วย ต้องขอโทษแฟนๆ(มีด้วยฤ)มา ณ ที่นี่ด้วย

สุดท้ายเราก็ลากจนมันยาว แล้วก็เป็นเหตุผลที่ไม่น่าฟังจนได้สินะเนี่ย

ปล.ที่ลากยาวเพราะว่าไม่อยากให้โพสมันสั้น น่าเกลียด ฮ่าๆ

ชีวิตผมมันธรรมดา

Posted by Zenn | Posted in อะไร? | Posted on 15-12-2008

“ก็แค่อยากจะเป็นคนธรรมดา ทำอะไรธรรมดาเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง”
คำพูดนี้ … มันเคยหลุดเข้ามาอยู่ในความคิดของผม แต่แล้วมันก็ตกไปหลังจากที่ผมคิดอะไรได้
ผมว่าคำพูดนี้ควรจะเป็นของพวกซุปเปอร์ฮีโร่ซะมากกว่า อย่างพวก สไปเดอร์แมน ซุปเปอร์แมน
ที่มีชีวิตร่างกายอะไรก็ตามที่แตกต่างไปจากคนทั่วไป หรืออาจจะเป็นคนที่รันทดสุด ๆ กับชีวิต
มีอะไรไม่เหมือนคนอื่นเค้านั่นแหละ ไม่มีแขน หรืออาจจะไม่มีขาหละมั้ง

อย่างสไปเดอร์แมน ผมว่าเค้าคงอยากเป็นคนธรรมดาเหมือนเรา ๆ เนี่ยแหละ แต่ลุงเค้าเคยบอกไว้
“พลังที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง”
ก็เลยคงจำใจทำ ๆ หน้าที่ของเค้าไปในหนัง
มีอยู่คืนนึง ผมออกไปเดินดูดาวดูฟ้าคนเดียวนอกบ้าน รู้สึกวันนั้นเซ็งแปลก ๆ ทำอะไรก็น่าเบื่อไปหมด
เลยออกไปคิดว่าทำไมกูไม่มีชีวิตธรรมดาเหมือนคนอื่นเค้าบ้างวะ ทำไมกูไม่คิดเหมือนคนอื่นเค้า
ผมเป็นเด็กชายคนหนึ่งที่เชื่อว่าตัวเองคิดมากกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามแต่ ผมเชื่อว่าผมเป็นคน
ที่คิดมากสุด ๆ ในหมู่เพื่อน ถึงเพื่อน ๆ จะมองอย่างนั้นก็ตามแต่เถอะน่า
ผมเริ่มคิดว่า แล้วทำไมผมถึงหยุดคิดมากไม่ได้ ทำไมผมถึงไม่ธรรมดาเหมือนคนอื่นเค้าหละ
เอ … ปัญหานี้จะแก้ยังไงดี ดัดนิสัยตัวเองก็ลองมาแล้วมันก็ไม่ได้ผลแฮะ แล้วจู่ ๆ ความคิดนึงก็ผุดมาในหัว
“มึงจะไม่ธรรมดายังไง ก็สำหรับตัวมึง นี่แหละธรรมดาสุด ๆ แล้ว”
มองแล้วผมอาจเหมือนคนสองบุคลิก แต่ความคิดนี้มันก็เหมือนจะทำให้ผมคิดอะไรได้บางอย่าง
ผมหันกลับมามองตัวเอง ที่ผมคิดมาก ที่ผมคิดว่าผมมันไม่ธรรมดา มันก็ปกติของผมไม่ใช่หรอวะ
จริงด้วยครับ … มันเป็นอย่างนั้น ทุก ๆ อย่างที่ผมทำสำหรับตัวผมมันก็เรื่องธรรมดานี่หว่า แล้วผมจะไปคิด
อะไรมากทำไม ผมจะไปคิดทำไมว่า เฮ้ย ทำไมกูไม่หยุดคิดมาก เฮ้ย ทำไมกูไม่เหมือนคนอื่น
ในเมื่อทุกสิ่งที่ผมทำสำหรับผมมันคือเรื่องปกติที่ดำเนินมาอยู่ทุก ๆ วันอยู่แล้ว ล้วนเกิดจากธรรมาชาติของตัวผม

บางครั้งถ้าเราเอาตัวเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่นมากจนเกินไป เราอาจจะกลายเป็นคนไม่ธรรมดาไปก็ได้
เพราะมันก็ไม่มีใครเหมือนกันหรอกในโลกนี้ ขนาดฝาแฝดยังมีจุดต่างเลย ไม่ได้เหมือนกันทุกอย่างจริง ๆ
แต่ถ้าเราเปรียบเทียบตัวเรากับตัวเราเอง ทุก ๆ อย่างมันก็กลายเป็นเรื่อง “ธรรมดา”

ติด Google Friend Connect ซะ

Posted by Zenn | Posted in อะไร? | Posted on 14-12-2008

พอดีผ่านไปอ่านที่ เอสวีแซด.th แล้วเห็นเรื่องล่าสุดที่นาน ๆ ทีจะอัพ (:P) เลยอ่านซะหน่อย
เรื่อง Google Friend Connect เนี่ยแหละ เห็นแล้วอยากลองติดบ้าง แบบไม่มีเหตุผล
ตอนแรกก็ไม่รู้จะไปยัดไว้ตรงไหน ถึงจะดูดี เลยเอาไปหลบอยู่มุมบนขวาซะ
ปล. อย่าลืมแอดผมเป็นเพื่อนนะ … (ขี้เกียจเชิ้อเชิญ)
ปล๒. ทำเหมือนจะไปบังคับเค้าได้

There are no members yet.
Be the first please …

เนื้อเพลง “ฝากฟ้า” ของ “เล้าโลม”

Posted by Zenn | Posted in อะไร? | Posted on 13-12-2008

เพลงนี้จริง ๆ ก็ไม่ได้มีอะไรมากสำหรับเรื่องดนตรี แล้วก็เนื้อร้องทำนอง
แต่ว่าฟังแล้วมันรู้สึกดีจัง ถึงแม้จะไม่ใช่เราที่เป็นไปตามเพลง

อยากกอดเธออีกครั้ง แต่มันก็เป็นแค่ฝันลม ๆ
เจ็บปวดที่ขื่นขม อยู่ในใจทุกคืนทุกวัน
มันจบไปแล้วทุกอย่างรู้ดี ความทรงจำไม่เคยจะจาง
ไปจากหัวใจจจจ …
เธอจะเป็นอย่างไร จะยืนอยู่ตรงที่ขอบฟ้าใด
เธอจะได้ยินไหม เสียงหัวใจยังเรียกหาเธอ
รอคอยทั้งรู้ไม่มีหนทาง แต่ยังหวังซักวันจะเจอ
เธออีกครั้งนึงงงง …
**อยากฝากท้องฟ้า พาเธอกลับมาเป็นคนรักฉัน
**ย้อนเอาคืนและวััน ให้เรากลับมาเหมือนเดิมมม
**บอกเธอได้ไหม มีคนยังรักก และคิดถึงเธอ
**ฝากใจของฉัน …
**ให้ฟ้าช่วยพามันไป สู่ใจของเธอ
ดาวยังไม่ส่องแสง ไม่มีแรงเหมือนความหวังคน
เลื่อนลอยและสับสน แต่อยากจะฝันลม ๆ เรื่อยไป
และต่อให้ฉันไม่มีหนทาง ก็จะขอรอคอยด้วยใจ
ที่มีแค่เธออออ …
ซ้ำ (**)
สู่ใจของเธอ … โว้ว โฮ … จื่อดือดึดชื่อดาว ..
ดนตรี …
ฮู้วววว
ซ้ำ (**)

ปล. จริง ๆ มีอีกเพลง นางฟ้า (ของคนอื่น) แต่ว่าขี้เกียจลง
ปล๒. ผมขอมอบเพลงข้างบนให้กับนางฟ้า … นางฟ้าทุก ๆ คน